ดีเคเอสเอช ร่วมมือกับ อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส เพื่อปกป้องคุ้มครองพนักงานและห่วงโซ่อุปทานในช่วงระบาดของโควิด-19 May 20, 2020


			
				ดีเคเอสเอช ร่วมมือกับ อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส เพื่อปกป้องคุ้มครองพนักงานและห่วงโซ่อุปทานในช่วงระบาดของโควิด-19

บริษัท ดีเคเอสเอช จำกัด และ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส เซอร์วิสเซส ได้ร่วมมือกันเพื่อจัดตั้งมาตรการควบคุมและกักกันโรคอย่างครบวงจรสำหรับดีเคเอสเอช เพื่อปกป้องคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานฝ่ายซัพพลายเชนประจำศูนย์กระจายสินค้าทั่วภูมิภาคเอเชีย

ข่าวประชาสัมพันธ์

ดีเคเอสเอช ร่วมมือกับ อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส เพื่อปกป้องคุ้มครองพนักงานและห่วงโซ่อุปทานในช่วงระบาดของโควิด-19

บริษัท ดีเคเอสเอช จำกัด และ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส เซอร์วิสเซส ได้ร่วมมือกันเพื่อจัดตั้งมาตรการควบคุมและกักกันโรคอย่างครบวงจรสำหรับดีเคเอสเอช เพื่อปกป้องคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานฝ่ายซัพพลายเชนประจำศูนย์กระจายสินค้าทั่วภูมิภาคเอเชีย

กรุงเทพมหานครฯ วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 ดีเคเอสเอช ผู้นำในการให้บริการด้านการขยายตลาดโดยมุ่งเน้นในภูมิภาคเอเชีย ได้เซ็นข้อตกลงร่วมกับบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส
เซอร์วิสเซส เพื่อจัดตั้งระบบควบคุมและกักกันโรคอย่างครบวงจรสำหรับสำนักงานของดีเคเอสเอชในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชีย

 

อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส เป็นผู้นำด้านการให้บริการรักษาความปลอดภัยและด้านการแพทย์ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญนานาชาติด้านการแพทย์ การรักษาความปลอดภัย และโลจิสติกส์ กว่า 11,000 ราย ที่ให้คำแนะนำแก่องค์กรต่างๆ ในด้านความรับผิดชอบและหลักความระมัดระวัง รวมถึงความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานของบุคลากร เนื่องด้วยสถานการณ์ที่ไม่แน่ไม่นอน ดีเคเอสเอช จึงได้เลือกร่วมงานกับอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดระดับโลก ที่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนรับมือต่อโรคระบาดระดับโลกแก่องค์กรต่างๆ รวมถึงโรงพยาบาลและผู้ให้บริการทางการแพทย์

 

ด้วยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อและแพทย์จากอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ดีเคเอสเอช ได้พัฒนาแผนการควบคุมและกักกันโรคครบวงจร ที่ได้มาตรฐานและเป็นไปตามกระบวนการในโรงพยาบาลระหว่างการแพร่ระบาด รวมทั้งมีแนวทางปฏิบัติเพื่อกักกันโรคอย่างเข้มงวด ซึ่งแผนดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านความคิดแบบผู้ประกอบการและการทำงานร่วมกันของดีเคเอสเอช เพื่อให้บริษัทฯ สามารถเป็นคู่ค้าที่น่าไว้วางใจในช่วงวิกฤติได้

 

ในฐานะผู้เล่นสำคัญของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ดีเคเอสเอช ได้จัดสรรผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแก่โรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา สินค้าอุปโภคบริโภคและของชำแก่ร้านค้าทั่วไป วัตถุดิบอุตสาหกรรมและสารเคมีเฉพาะให้แก่ผู้ผลิต รวมถึงผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีเพื่อธุรกิจและห้องแล็บ ดังนั้น ห่วงโซ่อุปทานของดีเคเอสเอช จึงจำเป็นต้องมีความทนทาน และมีความขัดข้องน้อยที่สุดในช่วงสถานการณ์โรคระบาดระดับโลกนี้

 

ดีเคเอสเอช ได้คำนึงถึงการจัดตั้งมาตรการเพื่อปกป้องคุ้มครองพนักงานและกระบวนการต่างๆ ในศูนย์กระจายสินค้าทั่วโลกในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด รวมถึงมาตรการทางสุขอนามัยในศูนย์กระจายสินค้า จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการควบคุมกักกันโรคและปกป้องสุขภาพของพนักงานทุกคน สำหรับการดำเนินงานของ ดีเคเอสเอช ประเทศไทย ได้มีการปรับใช้มาตรการควบคุมและกักกันโรคแบบครบวงจรในศูนย์กระจายสินค้าคลังศรีเพชรและศูนย์กระจายสินค้าบางนา กม.20 ของดีเคเอสเอช ซึ่งนอกเหนือจากมาตรการเบื้องต้นในการตรวจวัดอุณหภูมิและรักษาสุขอนามัยแล้ว ยังมีการแจกหน้ากากอนามัยใหม่ให้แก่พนักงานทุกครั้งก่อนเริ่มกะทำงานอีกด้วย

 

ดร. Shamandree Govender ที่ปรึกษาทางการแพทย์ระดับโลกจาก อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส กล่าวว่า “ดีเคเอสเอช มีแนวทางที่เข้มแข็งในการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน มาตรการการควบคุมและกักกันโรคแบบครบวงจรนี้ มีการตรวจวัดอุณหภูมิประจำวัน กฎระเบียบในการป้องกันโรคอย่างเหมาะสม เต็นท์คัดกรองเพื่อตรวจสอบพนักงานและผู้ติดต่อ การประชุมออนไลน์เพื่อให้ความรู้ข้อมูล รวมถึงการปฏิบัติตามกฏข้อบังคับของภาครัฐและด้านกฎหมาย ด้วยมาตรการควบคุมและกักกันโรคแบบครบวงจรนี้ ดีเคเอสเอช สามารถให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงานในศูนย์กระจายสินค้าได้อย่างเต็มที่ ซึ่งหมายถึงการให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของลูกค้าที่รับบริการด้วย”

 

Dan Culverhouse หัวหน้าฝ่ายซัพพลายเชนของ ดีเคเอสเอช กล่าวเพิ่มเติมว่า “การระบาดระดับโลกในครั้งนี้ได้แสดงให้เราเห็นถึงการทำตามจุดมุ่งหมายของบริษัทฯ อย่างแท้จริง ซึ่งได้แก่การเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตผู้คน ด้วยการมุ่งมั่นที่จะจัดสรรผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นให้กับชุมชนต่างๆ ในฐานะผู้ที่ทำงานทัพหน้า พนักงานของเรายังคงต้องเดินทางไปตามโรงพยาบาล ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าต่างๆ ดังนั้นจึงไม่สามารถอยู่บ้านและแยกตัวจากสังคมได้ แต่ด้วยประโยชน์จากมาตรการควบคุมและกักกันโรคอย่างครบวงจร เราจึงสามารถปฏิบัติงานต่ออย่างราบรื่น พร้อมทั้งสามารถปกป้องพนักงานของเรา และสร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บริการแก่ชุมชนของเราทั่วภูมิภาคเอเชีย”